วันที่ 23 มีนาคม 2560


“ทรัมป์แคร์” ออกอาการไม่ชัวร์






ตลาดหุ้นดาวโจนส์ และตลาดเอส&พี 500 ร่วงกว่า 1% ในวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้สถิติใหม่ที่ทั้งสองตลาดนี้ สร้างเอาไว้ว่าไม่ตกต่ำเกินกว่า 1% ยาวนาน 110 วันติดต่อกัน เป็นอันสิ้นสุดลง

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ร่วง 237 จุด หรือ 1.1% ไปปิดที่ระดับ 20,668 จุด ส่วนตลาดหุ้นเอส&พี 500 ลดลง 1.2% ไปปิดที่ 2,344 จุด ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนนักว่า ทำไมตลาดหุ้นหลักทั้ง 2 แห่ง ถึงร่วงพร้อมกันในวันอังคาร แต่หุ้นในกลุ่มการเงินโดนเทขายหนักที่สุด นำโดย Goldman Sachs ราคาหุ้นตก 3.77% และ JP Morgan Chase ราคาอ่อนตัวลง 2.93%

ข่าวบางกระแสบอกว่า นักลงทุนเป็นกังวลใจในนโยบายการคลัง รวมทั้งแผนประกันสุขภาพของทรัมป์ ซึ่งกำลังมีปัญหาหนักกับสภาคองเกรสอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์นั้น ผูกพันอยู่กับโอบามาแคร์ ว่าจะโดนโละทิ้งหรือปรับเปลี่ยนให้เป็นอย่างไร

หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เกิดปรากฎการณ์ทรัมป์แรลลี่ในตลาดหุ้น เพราะนักลงทุนเห็นดีเห็นงามกับแผนการลดภาษีอย่างทัวถึงของเขา ซึ่งต้องการลดภาระทางการเงินของทั้งภาคธุรกิจ และระดับบุคคล โดยหวังว่าจะนำไปสู่การลงทุน หรือการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ

ในขณะนี้เกิดความเสี่ยงว่า แผนประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ “ทรัมป์แคร์” ซึ่งจะมาแทน “โอบามาแคร์” อาจไม่ใช่แค่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาเซเนทในวันนี้ (23 มีนาคม) เท่านั้น แต่จะไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยเหมือนกัน แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะคุมเสียงข้างมาก ทั้งในสภาเซเนทและสภาผู้แทนราษฎร แต่นักการเมืองรีพับลิกันหลายคนก็ไม่เอาด้วยกับทรัมป์

เมื่อทรัมป์แคร์ไม่ผ่าน แผนการลดภาษีที่ต้องการให้เริ่มต้นในปีงบประมาณ 2018 คงต้องเจอโรคเลื่อนเป็นแน่ นี่คือประเด็นหลักว่า ทำไมหุ้นของตลาดสหรัฐฯจึงออกอาการสะดุด





ตะวันตกเพิ่มดีกรี “แอนตี้มุสลิม”






บรรยากาศทางการเมืองของโลกไม่สู้ดีนัก หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเกี่ยวกับมุสลิม แม้ว่าก่อนหน้าทรัมป์จะมา เราได้เห็นกระแสต้านมุสลิมเริ่มรุนแรงขึ้นในยุโรป

ที่ผ่านมา เกิดเหตุรุนแรงหลายครั้งทั้งในสหรัฐฯและยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยิงคนตาย หรือขับรถชนคนตาย โดยเกือบทุกครั้งลงเอยด้วยข้อสรุปว่า เป็นฝีมือของพวกมุสลิมหัวรุนแรง จะเกี่ยวข้องกับพวกไอซิสหรือไม่เป็นอีกเรื่อง หรือส่วนมากมักไม่ระบุให้ชัดเจน

ลองไล่ลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา จะเห็นภาพได้ชัดเจนว่า เหมือนกับกระแสต่อต้านมุสลิมในโลกตะวันตกจะเพิ่มมากขึ้น:

1. อังกฤษดำเนินการตามสหรัฐฯ ในวันอังคาร (21 มี.ค.) ออกคำสั่งห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพา ขึ้นเครื่องบินที่มีต้นทางจากท่าอากาศยานต่างๆ ในประเทศมุสลิมตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้ภัยคุกคามความมั่นคงที่ไม่เฉพาะเจาะจง
มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้กับเที่ยวบินที่มีต้นทางมาจาก 6 ชาติมุสลิมในตะวันออกกลาง ได้แก่ เที่ยวบินที่บินตรงจากตุรกี เลบานอน จอร์แดน อียิปต์ ตูนิเซีย และซาอุดิอาระเบีย ครอบคลุมสายการบินบริติช แอร์เวย์ส, อีซีย์เจ็ต, เจ็ต 2, โมนาร์ช, โทมัส คุก, ธอมป์สัน, แอทลาส-โกลบอล, เพกาซัส, อียิปต์แอร์, รอยัล จอร์แดเนียน, มิดเดิลอีสต์ แอร์ไลน์ส, ซาอุเดีย, เตอร์กิช แอร์ไลน์ส และตูนิสแอร์

2. ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันในวันอังคาร (21 มี.ค.) ว่า อเมริกาได้ออกคำสั่งใหม่เกี่ยวกับข้อห้ามไม่ให้ผู้โดยสารพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบินเดินทางเข้าสหรัฐฯ อันเป็นมาตรการรับมือภัยก่อการร้าย
คำสั่งนี้ครอบคลุมสนามบิน 10 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกำหนดให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสนามบินใน 8 ประเทศ ได้แก่ จอร์แดน , อียิปต์ , ตุรกี , ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, คูเวต, โมร็อกโก และกาตาร์ จะต้องถูกตรวจเช็คอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือ อาทิ แทบเลต, เครื่องเล่นดีวีดีพกพา, คอมพิวเตอร์แล็บทอป, กล้องถ่ายรูป ฯลฯ

3. ก่อนหน้านี้ ทรัมป์สั่งแบนผู้อพยพหรือผู้ถือวีซ่าจาก 7 ประเทศมุสลิมเป็นการชั่วคราว แต่ถูกต่อต้านอย่างหนัก และในที่สุดศาลในบางรัฐบล๊อคมาตรการนี้ไว้

4. ตุรกีซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ใช้คำพูดรุนแรงตอบโต้เนเธอร์แลนด์และเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศคริสเตียน ที่สั่งแบนไม่ให้ทีมงานประจำคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีรีเชป ไทยัป แอร์โดอัน เข้าไปหาเสียงกับชาวเติร์กโพ้นทะเล ในเรื่องลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เปลี่ยนแปลงประเทศเป็นระบบประธานาธิบดีที่เข้มแข็ง บรรยากาศจึงคล้ายกับว่า ประเทศในยุโรปไม่ต้องการคบค้าสมาคมกับมุสลิมตุรกี

5. ในเนเธอร์แลนด์ พรรค PVV ของ Geert Wilders หาเสียงด้วยนโยบายแอนตี้มุสลิม โพลก่อนการเลือกตั้งระบุว่า เขานำโด่งนักการเมืองคนอื่นๆ แต่หลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พรรค PVV ไม่ได้ชัยชนะด้วยเสียงมากที่สุด แต่เสียงสนับสนุนเขาในหมู่ชาวดัทช์ สะท้อนให้เห็นกระแสต่อต้านมุสลิมด้วย

6. ดูดีๆ แล้ว Brexit ของอังกฤษ ที่โหวตเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2016 เป็นการต่อต้านนโยบายเปิดรับคนเข้าเมืองแบบเสรี ดูเหมือนคนอังกฤษกลัวว่าจะควบคุมคนเข้าเมืองไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อพยพจากโลกมุสลิม

7. นาง Marine Le Pen ผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีแนวนโยบายต่อต้านการรับคนเข้าเมืองเหมือนกัน แม้ว่าการแอนตี้มุสลิมจะไม่ชัดนัก เหมือนกับนาย Wilders ของเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศสมีปัญหาหนักมากกับผู้อพยพ

ดูเหมือนว่ากระแสแอนตี้มุสลิมจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในโลกตะวันตก ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดเหตุร้ายเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นการตอบโต้หรือไม่



“สิงคโปร์-ฮ่องกง” เมืองค่าครองชีพแพงที่สุด






สำนักข่าวบลูมเบิร์กสำรวจพบว่า สิงคโปร์และฮ่องกงคือเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก อันดับ 3 คือเมืองซูริค ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด รองลงมาคืออันดับ 4 กรุงโตเกียว และอันดับ 5 เมืองโอซากา ของญี่ปุ่น ส่วนกรุงโซลของเกาหลีใต้อยู่อันดับ 6 เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกอันดับ 7 คือเมืองเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ และกรุงปารีส ของฝรั่งเศส ที่มีอันดับเท่ากัน เมืองนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ และกรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก อยู่อันดับ 9 ร่วมกัน

การสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกติดระดับท็อปนั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคแห่งนี้ จนมีอัตราการเจริญเติบโตสูงที่สุดในโลก ขณะนี้ ขนาดของเศรษฐกิจเอเชียเทียบได้เป็น 40% ของเศรษฐกิจโลก



ไทยเตรียมซื้อ “เจ็ทรัสเซีย” เพิ่ม






Victor Kladov ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและนโยบายในภูมิภาค Rostec State Corporation แห่งรัสเซีย เปิดเผยว่า รัสเซียเตรียมส่งมอบเครื่องบิน Sukhoi Superjet รวม 3 ลำ ให้แก่ประเทศไทยในอีกไม่นานนี้

สำนักข่าว sputniknews รายงานคำพูดของ Victor Kladov เมื่อวันพุธว่า รัสเซียจะจัดส่งเครื่องบิน Sukhoi Superjet สามลำไปยังประเทศไทย

"เครื่องบินสองลำได้ส่งมอบให้ผู้นำกองทัพอากาศของไทย ผ่านทาง Rosoboronexport ไปแล้ว" นาย Kladov กล่าวกับนักข่าว

เขาเสริมว่า การเจรจาระหว่างรัสเซียกับไทยเพื่อจัดซื้อเครื่องบิน Sukhoi Superjet สำหรับสายการบินแห่งชาติ กำลังอยู่ระหว่างดำเนิน

Superjet เป็นเครื่องบินโดยสารขนาดกลางของบริษัท Sukhoi ของรัสเซีย รองรับผู้โดยสารได้ 95 ที่นั่ง เป็นเครื่องระบบ fly-by-wire หรือสั่งการบินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และออกแบบร่วมกับ Boeing ทางรัฐบาลไทยสั่งซื้อเครื่อง Superjet รวม 3 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจรับส่งบุคคลสำคัญ



คาดเงินสะพัดสงกรานต์ 5 วัน 1.6 หมื่นล้าน






นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่าง 13-17 เมษายนนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวคนไทยจะเดินทางประมาณ 2.47 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.6% และสร้างรายได้ 8,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12%

ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทย 4.7 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% สร้างรายได้ 8,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17% โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางช่วงสงกรานต์เฉลี่ยวันพัก 3 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป 1.7 หมื่นบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6%

ตลอดเทศกาลทั้ง 5 วัน การท่องเที่ยวจะสร้างรายได้ 1.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน



Quote of the Day