สวัสดีปีใหม่ 2018 : Total supply chains of EV & E-Commerce

เรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในปี 2017



ปี 2017 สำหรับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัดแล้ว มีเรื่องราวดีๆ และเหตุการณ์สำคัญๆ ทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย จนแทบไม่น่าเชื่อว่า วันเวลา 1 ปีที่ผ่านไปช่างรวดเร็วนัก

ในช่วงต้นปี ทั่วทั้งโลกต่างใจจดใจจ่อรอคอยการเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะว่า ทรัมป์สัญญาว่า จะเข้ามาเพื่อทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเน้นการลงทุนและการจ้างงานในประเทศ แทนที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการต่างประเทศ จะลดภาษีทั้งกระดาน จะแก้กฎหมายโอบามาแคร์ จะมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และจะหันหลังให้ระบบการค้าเสรีที่ทำให้สหรัฐเสียเปรียบ

ทั้งโลกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะไม่รู้ว่าทรัมป์จะเอายังไงกันแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์กับจีน และรัสเซีย และยังไม่มีใครแน่ใจว่า นโยบายของทรัมป์จะเป็นมิตรกับตลาดการเงินมากน้อยเพียงใด

ในช่วงต้นปี มีการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างองค์กรของบลจ.บัวหลวง โดยคณะกรรมการของบริษัท มีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้คุณพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งซีอีโอ หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2017 เป็นต้นมา

ในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ถือว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญของกองทุนบัวหลวงที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ และความสามารถ ให้รับไม้ต่อจากคุณวรวรรณ ธาราภูมิ เพื่อนำพาบริษัทไปสู่ความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นับว่าเป็นความท้าทายมากเลยทีเดียวสำหรับคุณพีรพงศ์ในการก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งซีอีโอของกองทุนบัวหลวง ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุนดีอยู่แล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาในการบริหารงานของกองทุนบัวหลวงให้มีรากฐานที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น หลักในการบริหารจะเน้นเรื่องทีมเวิร์ก โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงาน และเพื่อนร่วมงานสามารถแสดงความรู้และความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าธุรกิจจัดการกองทุนเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยบุคลากร การที่กองทุนบัวหลวงเติบโตมาทุกวันนี้จวบจนมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์นั้น มาจากการสร้างบุคลากรภายในองค์กรเป็นหลัก (organic growth) ทั้งยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และบริษัทในเครือธนาคารกรุงเทพ



AUM บริษัทเติบโตกว่าเท่าตัว เทียบอุตสาหกรรมทั้งระบบ



การขึ้นมาดำรงตำแหน่งซีอีโอของคุณพีรพงศ์อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อพอดีสำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวม ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในยุคที่ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ออมเงินแทบจะไม่ได้ผลตอบแทนจากการฝากเงินในระบบธนาคาร ทำให้จำยอมต้องนำเงินฝากมาลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า นอกจากนี้ การลงทุนเพื่อเก็บเกี่ยวในวัยเกษียณอายุเริ่มเป็นที่รู้จัก และนิยมในหมู่นักลงทุนคนไทยเพิ่มมากขึ้น การดูแลความมั่งคั่ง หรือสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับสังคมไทย จึงเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดของกองทุนบัวหลวง

โดยภาพรวมแล้ว มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการ (Asset Under Management) ของอุตสาหกรรมกองทุนรวมอยู่ที่ 4.93 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2017 โดยมีอัตราเติบโต 6.13% จากปลายปี 2016 ส่วนทรัพย์สินภายใต้การจัดการของกองทุนบัวหลวง มีทั้งสิ้น 852,705 ล้านบาท โดยมีอัตราเติบโต 14.2% จากปลายปีที่แล้ว หรือมีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนรวมโดยรวมมากกว่าเท่าตัว เงินที่ไหลเข้ากองทุนบัวหลวงอย่างต่อเนื่องนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการบริหารงานของกองทุนบัวหลวงเป็นอย่างดี ส่วนแบ่งการตลาดของกองทุนบัวหลวงในอุตสาหกรรมกองทุนรวมอยู่ที่ 14.48% จากผู้เล่นทั้งหมด 22 บริษัท (บลจ.) ด้วยกัน


ตลาดหุ้นบูมทั่วโลก ดาวเด่นกลุ่มเทคโนโลยี


เมื่อพูดถึงตลาดหุ้นและตลาดทุนของโลกแล้วก็อยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นสหรัฐแรลลี่ค่อนข้างแรงจากทรัมป์เอ็ฟเฟค (Trump Effect) และหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค อเมซอน แอปเปิ้ล กูเกิ้ล และเน็ตฟลิกซ์เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นเป็นช่วงขาขึ้น

ส่วนตลาดหุ้นไทยยังมีอาการรีๆ รอๆ อยู่ เพราะว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจทิศทางของประเทศ โดยเฉพาะความคืบหน้าของแผนการลงทุนของรัฐบาล รวมทั้งนโยบายอีอีซี นักลงทุนทุกคนต่างถามคำถามเดียวกันว่า เมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้ง?

ใครจะรู้ว่าในปี 2017 นี้ ตลาดหุ้นสหรัฐจะทำนิวไฮตลอด ไม่ว่าจะเป็น ตลาดดาวโจนส์ แนสแด็ค หรือเอส&พี 500 หุ้น FANG บางตัวมีพีอีเป็นร้อยเท่า ส่วนตลาดหุ้นเกิดใหม่ก็พุ่งแรงเช่นกัน รวมทั้งตลาดหุ้นไทยที่ทะลุระดับ 1,700 ไปได้

บิทคอยน์ยังคงเทรดที่ระดับ $1,000 ในช่วงต้นปี น้อยคนที่จะกล้าทำนายว่า เงินคลิปโตบิทคอยน์จะกลายเป็นบิทคอยน์มาเนีย และจะขึ้นไปสูงสุดที่ราคาเกือบ $20,000 ในเดือนธันวาคม ก่อนที่จะเจอกับความผันผวน กดราคาร่วงลงมาแตะที่ระดับ $13,000 อนาคตของบิทคอยน์จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครกล้าทำนาย

ใครเลยจะรู้ว่าปัญหาการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือจะกลายเป็นประเด็นร้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ของปี 2017 แต่ตลาดเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วทั้งเกาหลีเหนือและสหรัฐต่างต้องหาทางออกด้วยการเจรจาทางการเมือง เพราะว่าคงไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นมากพอที่จะทำสงคราม เพราะว่าผลกระทบของการทำสงครามนั้นใหญ่หลวงนัก



ขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด-มุ่งลงทุนด้านเทคโนโลยี



จากนโยบายหลักที่ต้องการสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายว่า สัดส่วนของลูกค้าในกรุงเทพและในต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 60:40 ในอีก 3 ปีข้างหน้า เพราะว่าคนต่างจังหวัดที่มีทรัพย์สินเงินทองและเงินออมนั้นมีจำนวนอยู่ไม่ใช่น้อย และพวกเขาต้องการการบริหารจัดการการเงินโดยมืออาชีพ ซึ่งธนาคารกรุงเทพก็มีฐานลูกค้าเหล่านี้อยู่แล้วทั่วประเทศ ดังนั้นการเข้าหา หรือการเข้าถึงลูกค้า ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดจึงเป็นภารกิจที่สำคัญของกองทุนบัวหลวงที่จะพัฒนาและเจริญเติบโตต่อไป

เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้าต่างจังหวัด คุณพีรพงศ์และทีมงานของฝ่ายเศรษฐกิจและการลงทุนได้เดินทางไปในหัวเมืองสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่ ปัตตานี และขอนแก่นตลอดทั้งปี 2017 เพื่อพบปะและพูดคุยกับลูกค้า รวมทั้งอธิบายให้ลูกค้าเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจ โอกาสของการลงทุน และการดูแลความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

อีกนโยบายที่สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมให้กองทุนบัวหลวงก้าวทันกับพัฒนาการของเทคโนโลยี ที่จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมกองทุนรวมมากยิ่งขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การใช้เอไอในการเทรด หรือการเก็บข้อมูลขนาดยักษ์ (big data) การซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านออนไลน์ คุณพีรพงศ์ พูดในเชิงจริงจังเชิงล้อเล่นว่า กองทุนบัวหลวงอาจจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีก็ได้ในอนาคต ได้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อศึกษาเรื่องเทคโนโลยีที่จะมาใช้กับกองทุนบัวหลวงโดยเฉพาะ เรียกว่า ทีม DX Project อันนำมาสู่การเปิดตัว BF Mobile Applicationในช่วงปลายปี เพื่อให้ลูกค้าและนักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสาร และการลงทุนของกองทุนบัวหลวงได้สะดวกมากยิ่งขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน


ธีมการลงทุนต่อเนื่องทุกปี เน้นหุ้นดี-ลงทุนยาว



ทุกๆ ปี ทีมงานฝ่ายจัดการลงทุน จะช่วยกันคิดธีมการลงทุน (theme) เพื่อเป็นแนวทางการลงทุนของกองทุนบัวหลวง และเพื่อที่จะให้นักลงทุนและลูกค้ารับทราบทิศทางการลงทุนในกรอบใหญ่ เมื่อลงทุนตามธีมการลงทุนแล้ว จะเก็บเกี่ยวดอกผลที่งดงามในอีก 3 ปีถึง 5 ปี เพราะว่าการลงทุนเป็นเรื่องของระยะยาวตามปรัชญาการลงทุนโดยเฉพาะของกองทุนบัวหลวง ซึ่งคุณพีรพงศ์จดจำมาโดยตลอด

“ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งกองทุนบัวหลวง เราถือคติว่า หุ้นที่ดี การเทรดที่ดี เท่ากับผลประกอบการที่ดี (good stock + good trade = good performance) หุ้นที่ดี หมายความว่า เราต้องมีทักษะในการเลือก การเทรดที่ดีคือ น้ำหนักที่เราลงทุนลงไป ซึ่งสะท้อนว่าเราเชื่อมั่นในอนาคตของหุ้นตัวนั้น แต่เราต้องรู้จักถอยด้วย ถ้าเห็นว่าอุตสาหกรรมนั้นไม่ได้อยู่ในวงจรขาขึ้น สมการสองอย่างนี้รวมกันด้วยจังหวะที่ดีจะกลายเป็นผลประกอบการที่ดี โดยที่เราตั้งมั่นเป็นนักลงทุนระยะยาว (value investor)"

จากธีมการลงทุนของปี 2017 ที่ว่า “ชีวิตสบายด้วยเทคโนโลยี ชีวิตดีด้วยพลังงานสะอาด” นำไปสู่การออกกองทุนเทคโนโลยีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยกองทุนบัวหลวงได้เสนอขาย กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH) ซึ่งเป็นกองทุนต่างประเทศที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยมีฟิเดลิตี้ (Fidelity International) เป็นผู้บริหารจัดการลงทุน การเสนอขาย B-INNOTECH ของกองทุนบัวหลวงมาได้จังหวะเวลาที่พอเหมาะพอดี เนื่องจากกระแสตื่นตัวของเทคโนโลยีมาแรงมากทั้งในและต่างประเทศ เพราะว่าทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า เทคโนโลยีจะปฏิวัติโครงสร้างเศรษฐกิจ การเงิน รวมทั้งวิถีของชีวิตมนุษย์ที่ต้องเปลี่ยนไป นักลงทุนเริ่มคุ้นกับคำศัพท์เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ ดิจิตัล ฟินเทค บิ๊กตาด้า รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไร้คนขับ อีคอมเมิร์ซ อินเทอร์เน็ตอ็อฟธิง อีเพย์เม้นท์ ไอแบงก์กิ้ง รวมทั้งออนไลน์แพล็ทฟอร์มต่างๆ

“ทุกวันนี้เราก้าวเข้าสู่ยุค Digitalization เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราตั้งแต่เช้าจนหลับตลอด 24 ชั่วโมง เรามีสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน แทบจะทุกอุตสาหกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ”

“ในแง่ผู้บริโภค เทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่างๆ สามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ขจัดความไม่มีประสิทธิภาพแบบเดิมๆ เกิดช่องทางธุรกิจใหม่ๆ ช่วยลดต้นทุน ช่วยในการขาย การกระจายสินค้า และพาผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันโดยตรง สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด”

ปรากฎว่า B-INNOTECH ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนและลูกค้าอย่างล้นหลาม ยอดจองซื้อของกองทุนนี้สูงถึง 2,530 ล้านบาท

แต่ว่าไฮไลท์ของช่วงต้นปีนี้ คือ การที่กองทุนบัวหลวงได้กวาดรางวัลจากMorningstar มากถึง 4 รางวัลด้วยกัน คือ 1. รางวัลกองทุนตราสารทุนยอดเยี่ยม ประเภทการลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน 2. ประเภทกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ยอดเยี่ยม ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 3. ประเภทกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ยอดเยี่ยม ประเภทตราสารทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ทั้ง 3 กองทุน เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี มุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนระยาว

4. รางวัลใหญ่ คือ รางวัลบริษัทจัดการกองทุนยอดเยี่ยม ประเภทการลงทุนหุ้นภายในประเทศ ซึ่งได้รับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นบริษัทจัดการกองทุนแห่งเดียวของไทยที่ได้รับรางวัลนี้จากมอร์นิ่งสตาร์


ความจริงแล้ว ความสำเร็จของกองทุนบัวหลวงนี้ โดยภาพรวมแล้วเกิดจากการบริหารกองทุนที่สุขุมรอบคอบ มีความสม่ำเสมอ และสามารถเอาชนะค่าเฉลี่ย (benchmark) ของหุ้นในตลาดที่มีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลาได้

"ปัจจัยหลัก คือ เรื่องการเลือกหุ้น (stock pick) เวลาเราเลือกที่จะลงทุนในหุ้นใด เราจะมีความเชื่อมั่นสูง เพราะว่าทีมงานนักวิเคราะห์ของเราได้ลงพื้นที่ พูดคุยกับฝ่ายบริหารของบริษัท และเห็นโอกาสว่าหุ้นมีราคาสมเหตุสมผล มีโอกาสเติบโต และมีราคาที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่เราเข้าไปลงทุน"

“เวลาลงทุน เราจะถือยาว ต้องยอมรับว่า เราอึดกว่าชาวบ้าน หรือนักลงทุนอื่นๆ เราจะไม่เอนเอียงไปตามกระแส หรือสถานการณ์ชั่วครั้งชั่วคราวทั้งในประเทศและต่างประเทศ การซื้อการขายหุ้นของเราจะน้อยกว่าอุตสาหกรรมทำให้ประหยัดค่าคอมมิสชั่นหรือต้นทุนของการบริหารพอร์ตต่ำ ซึ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุนของเรา"

สไตล์การบริหารของกองทุนบัวหลวงอาจจะไม่เหมือนคนอื่น ตรงที่เราจะไม่พยายามเอาชนะตลาด แต่จะเลือกหุ้นที่ดี หรือ winner ในแต่ละอุตสาหกรรมเข้ามาในพอร์ต โดยดูปัจจัยต่างๆ ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงของธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม รวมทั้งเรื่องของโอกาสของการเจริญเติบโตในอนาคตและความสามารถของผู้บริหาร จังหวะในการเข้าออกจึงเป็นปัจจัยรอง

ในช่วงเดือนพฤษภาคม กองทุน B-INCOME ของกองทุนบัวหลวง กระแสตอบรับดีมากจากลูกค้าหรือนักลงทุนแนวอนุรักษ์นิยมที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอประมาณ 3-4% ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของภาวะดอกเบี้ยต่ำ กองทุน B-INCOME มีนโยบายการลงทุนที่สุขุมรอบคอบ โดยผสมผสานการลงทุนในระหว่างตราสารหนี้ ตราสารทุน รวมทั้งธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ปรากฎว่ายอดจองซื้อในช่วงไอพีโอของ B-INCOME สูงถึง 6,430 ล้านบาท โดยลูกค้าจากทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดให้ความสนใจเข้ามาลงทุนอย่างล้นหลาม


ไม่เป็นสองรองใครในดินแดนอาเซียน



เมื่อพูดถึงตลาดอาเซียนแล้ว กองทุนบัวหลวงก็ไม่เป็นสองรองใครในยุทธจักรเช่นกัน ที่ผ่านมา ได้สร้างทีมงานนักวิเคราะห์และนักบริหารจัดการลงทุนให้มีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญในตลาดอาเซียน โดยทีมงานได้เดินทางไปศึกษาดูงานประเทศต่างๆ ของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือสิงคโปร์ เพื่อดูสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งพบปะพูดคุยกับผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยตรง ก่อนที่จะกลับมาวิเคราะห์ ประมวลผล ทำการวิจัยเพื่อดูโอกาสการเจริญเติบโต หรือศักยภาพของบริษัทเหล่านั้นว่า น่าลงทุนมากน้อยเพียงใด

แน่นอนเลยทีเดียวว่า ตลาดอาเซียนโดยรวมยังคงไปได้อีกไกล เพราะว่าภูมิภาคนี้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องมายาวนานหลาย 10 ปี เป็นฐานการผลิตทั้งสินค้าอุตสาหกรรม และการเกษตรของโลก ทั้งภาคบริการและการท่องเที่ยวมีการเติบโตสูง มีความเชื่อมโยงกับญี่ปุ่นและจีนสูง ที่สำคัญ อาเซียนกำลังขยายตัวภายในด้วยพลังของการสร้างเมืองใหม่ (urbanization) และไลฟ์สไตล์ หรือวิถีชีวิตของคนเมืองที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการบริโภคที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ

ในช่วงกลางปี กองทุนบัวหลวงได้เปิดตัว B-ASEANRMF ซึ่งเป็นกองทุน RMF เพื่อลุยตลาดอาเซียน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนและลูกค้า เพราะว่าได้เห็นผลงานของกองทุนบัวหลวง B-ASEAN ที่เปิดขายก่อนหน้านี้ครบขวบปี ด้วยผลตอบแทนประมาณ 9% กองทุนบัวหลวงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมกองทุนรวมในด้านการบริหารกองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ หรือ Large Cap แต่ไม่ได้หมายความว่า กองทุนบัวหลวงจะไม่ได้โฟกัสในกองทุนที่ลงในหุ้นขนาดเล็ก

ในเดือนกรกฎาคม “กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของกองทุนบัวหลวง คว้ารางวัลจากงาน Money & Banking Awards 2017 โดยรางวัลที่ได้อยู่ในสาขากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ตราสารทุน (RMF Equity) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของกองทุนบัวหลวงในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และในหุ้นทุกๆ กลุ่ม รางวัลนี้สะท้อนความสำเร็จที่สำคัญของกองทุนบัวหลวงอีกระดับหนึ่ง


จัดสัมมนาระดับนานาชาติ ยกระดับไปอีกขั้น



กองทุนบัวหลวง ก้าวขึ้นไปอีกขั้นในธุรกิจบริหารจัดการลงทุนผ่านการจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ Bualuang Fund Investment Forum เพื่อนำเสนอโอกาสลงทุนในปี 2018 งานนี้ถือว่าเป็นงานช้าง และมีความท้าทายมากเลยทีเดียวสำหรับกองทุนบัวหลวง เพราะว่าได้เชิญตัวแทนของพันธมิตรด้านการลงทุนของกองทุนบัวหลวงระดับโลก 5 แห่ง ได้แก่ AXA Investment Managers (เอเอ็กซ์เอ อินเวสเมนท์ เมเนเจอร์) Fidelity International (ฟิเดลิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล) Invesco Ltd. (อินเวสโก) Nomura Asset Management (โนมูระ แอสเซท แมนเนจเมนท์) และ Wellington Management (เวลลิงตัน แมนเนจเมนท์) เพื่อร่วมงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจให้กับลูกค้าและนักลงทุน โดยงานสัมมนาระดับนานาชาตินี้จัดขึ้นที่โรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อวันที่ 6 กันยายนในปีที่ผ่านมา

ปรากฎว่างานฟอรั่มนี้ กลายเป็นที่ฮือฮามากสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมกองทุนรวม เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นการจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติที่เชิญนักวิเคราะห์ของสถาบันการลงทุนระดับโลกมาพูดให้คนไทยได้รับฟังอย่างเป็นกันเอง โดยตัวแทนของ AXA Investment Managers พูดเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้ของตลาดไฮยิลด์ที่ให้ผลตอบแทน 6-7% สำหรับตัวแทนของ Fidelity พูดหรืออธิบายถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีของโลก และโอกาสในการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีทั้งของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ขณะที่ตัวแทนของ Invesco พูดถึงตลาดหุ้นของเอเชียที่มีโอกาสเติบโตดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดจีน ด้านตัวแทนของ Nomura พูดถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจญี่ปุ่น อาเบโนมิกส์ โอกาสของการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น ส่วนตัวแทนของ Wellington พูดถึงภาพรวมของธุรกิจเฮลท์แคร์ พัฒนาการของนวัตกรรม ไบโอเทค ยา และกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ เช่น โรงพยาบาล เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์

นอกจากนี้ ในงานฟอรั่ม คุณพีรพงศ์ คุณวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด และคุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ขึ้นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นมุมมองของตลาดอาเซียน ทำให้งานฟอรั่มได้เนื้อหาสาระที่สมบูรณ์ครบถ้วน


รุกตลาดภารตะ ยักษ์ตัวที่ 2 ของเอเชีย



ในเดือนพฤษภาคม ทีมงานกองทุนบัวหลวงได้เดินทางไปยังเมืองมุมไบ เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย โดยมองกันว่า อินเดียเป็นยักษ์ตัวที่ 2 ของเอเชียที่จะเจริญเติบโตเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกไม่แพ้จีนในอนาคต โดยที่เมืองมุมไบ ทีมงานกองทุนบัวหลวงได้พบปะกับผู้บริหารของบลจ.ที่นั่น อันนำมาสู่การตัดสินใจต่อมาในการที่จะเลือก Reliance Nippon Life Asset Management และ Kotak Mahindra Asset Management ให้เป็นผู้บริหารกองทุนอินเดียของกองทุนบัวหลวงที่จะออก 2 กอง โดยกองทุนแรก คือ กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA) เสนอขายในเดือนกันยายน 2017 และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ทำให้เต็มจำนวนเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 4 วันทำการที่เปิดเสนอขาย ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินการยื่นขออนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้เพิ่มเงินทุนของกองทุน B-BHARATA อีกจำนวน 1,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินทุนโครงการทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท

กองทุนที่ 2 คือ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF) เสนอขายครั้งแรก ในเดือนพฤศจิกายน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ถือว่าประสบความสำเร็จทั้ง 2 กองทุนอินเดีย ทำให้กองทุนบัวหลวงมีสินค้าหลายหลากให้เลือกลงทุนได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กองทุนบัวหลวงเดินหน้าส่งเสริมการ “ทำดี” ต่อสังคม และในขณะเดียวกันสนับสนุนการมีบรรษัทภิบาลที่ดีผ่านกองทุนรวมบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย หรือ B-THAICG เป็นกองทุนรวมที่มีจุดประสงค์ให้ผู้สนใจลงทุนได้ทำความดีตั้งแต่เริ่มลงทุน โดยทำดีแรก คือ ลงทุนหุ้นของกิจการที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี และทำดีที่สอง คือ เงินค่าจัดการกองทุนที่กองทุนบัวหลวงได้ จะแบ่งบางส่วนไปสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชั่น

2018

Total supply chains of EV & E-Commerce

ตลอดสาย supply chain ตามเทรนด์ e-commerce และยานยนต์ไฟฟ้า


แม้ว่า ปี 2017 นี้กำลังจะปิดฉากลง แต่ว่า เดอะโชว์ มัสท์ โก ออน สำหรับธีมการลงทุนของปี 2018 คุณพีรพงศ์คิดคำขวัญที่ว่า “ตลอดสาย supply chain ตามเทรนด์ e-commerce และยานยนต์ไฟฟ้า”

โดยมองว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ supply chain ที่ตอบสนองกับการเจริญเติบโตของ e-commerce จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจโลก พร้อมกันนี้ยานยนต์ไฟฟ้าก็จะมาแรง และในท้ายที่สุดจะมาทดแทนยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน เพราะว่าประหยัดกว่า ถูกกว่า และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การลงทุนในธีมการลงทุนนี้จะออกดอกออกผลในอีกหลายปีข้างหน้า

พร้อมคลี่ม่านไม้ไผ่ในปี 2018


นอกจากนี้ ตลาดประเทศจีนจะเป็นโอกาสของการลงทุนที่สำคัญของปีหน้า เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ทีมงานกองทุนบัวหลวงได้เดินทางไปยังนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อดูลู่ทางการลงทุน และทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า จีนยังคงจะสามารถเติบโตได้อีกนาน เพราะมีระบบการเมืองที่มั่นคง และกำลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยจะเน้นการบริโภคภายใน และบริษัทจีนมีความก้าวหน้าไม่แพ้บริษัทฝรั่งในการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านต่างๆ และจีนจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกเบอร์ 1 ในอีก 10 กว่าปีข้างหน้า

ในขณะเดียวกันทีมงานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังวางแผนที่จะเปิดตัวกองทุนใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น B-SENIOR X, กองทุนจีน ทั้งหุ้น และตราสารหนี้ และกองทุน RMF ทั้งที่ลงทุนในและต่างประเทศ ในปี 2018