กองทุนบัวหลวง Morning Brief กับ ทนง ขันทอง

Highlight

World Economic Forum ทำเก๋ให้ผู้หญิงล้วนเป็นประธานร่วม 7 คน



นับเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีของการประชุม World Economic Forum ที่จะมีการเชิญผู้นำหญิงล้วนเป็นประธานร่วมที่ประชุม 7 คนที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปลายเดือนมกราคมนี้

ผู้หญิงทั้ง 7 ที่จะมาเป็นประธานร่วมกันคือ

Christine Lagarde กรรมการผู้จัดการใหญ่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ, Ginni Rometty กรรมการผู้จัดการใหญ่ของไอบีเอ็ม, Erna Solberg นายกรัฐมนตรีของนอร์เวย์

ผู้หญิงคนอื่นที่จะมาเป็นประธานร่วม World Economic Forum summit 2018 คือ Isabelle Kocher กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ ENGIE จากฝรั่งเศส, Fabiola Gianotti, ผู้อำนวยการของ European Organization for Nuclear Research (CERN) จากสวิตเซอร์แลนด์ และ Chetna Sinha ผุ้ก่อตั้งและประธานของ Mann Deshi Foundation ของอินเดีย ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างผู้ประกอบการนักธุรกิจหญิงในอินเดีย

ไม่รู้เหมือนกันว่า World Economic Forum ดูแนวโน้มแล้วผู้หญิงที่เป็นผู้นำจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ในโลกในอนาคต แต่การเชิญผู้หญิงที่เป็นระดับผู้นำมาเป็นประธานร่วมประชุม 7 คน ถือว่าเป็นนิมิตรใหม่เลยทีเดียว




Global

WEF เผยปีนี้ ภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงที่ทั่วโลกกังวล



เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ได้เผยแพร่รายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2018 (The Global Risks Report 2018) ซึ่งรวบรวมจากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านเศรษฐกิจ-การเมืองทั่วโลกเกือบ 1,000 คน โดยรายงานได้ครอบคลุมในหลายแง่มุมด้านความเสี่ยงที่ไม่เคยมีมาก่อน

รายงานข่าวจาก CNBC ระบุว่าผลการสำรวจในปีนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ การย้ายถิ่นด้วยความไม่สมัครใจ และ การค้าที่ผิดกฎหมาย เป็นความเสี่ยงทั่วโลกที่อาจเกิดขึ้น (global risks in terms of likelihood)

ขณะที่หากพิจารณาจากผลกระทบ (global risk in terms of impact) มองว่าความเสี่ยงที่อยู่ในอันดับต้นๆได้แก่ การใช้อาวุธทำลายล้างสูง เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่น่ากังวล ตามมาด้วยความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างสภาพอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติ ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโลกร้อน วิกฤตน้ำ

ทั้งนี้ WEF มักเผยแพร่รายงานความเสี่ยงระดับโลกประจำปี ก่อนการประชุม WEF ในเดือนมกราคมที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้หัวข้อ "Creating a shared future in a fractured world"

การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 2,500 คนจากทั่วโลกเพื่อทำการหารือเกี่ยวกับประเด็นระดับโลกที่หลากหลาย สำหรับการประชุมในปีนี้ ผู้มีชื่อเสียงมากกว่า 340 คนจะเข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงประมุขของประเทศ และหัวหน้ารัฐบาลมากกว่า 70 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากสหรัฐฯ รวมทั้งผู้นำภาคธุรกิจกว่า 1,900 คน





Asia

จีนเติบโตเหนือคาดหมาย



เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.8% YoY ในไตรมาสที่ 4/2017 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.7% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับภาคอสังหาฯที่ยังอยู่ในสภาพดี และยอดส่งออกที่โตตามอุปสงค์โลกในปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ เศรษฐกิจจีนทั้งปี 2017 จึงเติบโตถึง 6.9% เหนือเป้าหมายของรัฐบาลที่ราว 6.5% และเร่งขึ้นจากการขยายตัว 6.7% ในปี 2016

ปัจจัยเสี่ยงที่ตลาดเคยกังวล เช่น การลดกำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากเท่าที่คาดคิด เนื่องจากอุตสาหกรรมผลิตบางส่วนกลับมาเติบโตได้ดี หนุนด้วยภาคเศรษฐกิจใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรม Hi-Tech และภาคบริการ

ถึงแม้ว่า GDP ของจีนจะออกมาค่อนข้างสูงในปี 2017 แต่ขณะนี้ มีสัญญาณอยู่ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงในปีนี้ จากสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น มาตรการควบคุมสินเชื่อของรัฐบาล และความพยายามของสหรัฐฯในการลดยอดขาดดุลทางการค้ากับจีน เป็นต้น 





Asean

ถึงยุคเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอวกาศในสิงคโปร์



S. Iswaran รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดแผนอุตสาหกรรมอวกาศ (the Aerospace Industry Transformation Map: ITM)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานสนับสนุนด้านการลงทุนสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board) วางแผนที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมอวกาศ (Aerospace Industry) มีโอกาสเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้คาดหวังที่จะพลักดันให้อุตสาหกรรมดังกล่าวมีมูลค่าจากการผลิตเพิ่มขึ้น 4 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (3.2 พันล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2015 และเชื่อว่าจะสร้างงานเพิ่มอีก 1,000 ตำแหน่งภายในปี 2020

โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย 1 สร้างความเป็นเลิศ 2 ผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ และ 3 เสริมสร้างทักษะที่สำคัญให้ประชาชน

อุตสาหกรรมอวกาศถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์ โดยพบว่ามีการเติบโตในแง่ของมูลค่า (value-add) แต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 7% ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี







Thailand

คลังเตือนบิทคอยน์เปิดช่องฟอกเงิน จี้ธปท.ฟันถูกหรือผิด



รายงานข่าวจาก มติชน ระบุว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง กล่าวถึงการลงทุนในบิทคอยน์ว่า กระทรวงการคลัง ได้ออกมาเตือนหลายครั้งแล้วว่าบิทคอยน์เปรียบเสมือนกับการเล่นการพนัน ซึ่งจริงๆ แล้วมูลค่าของบิทคอยน์ตอบโจทย์จริงหรือเปล่ายังไม่มีใครรู้ ถ้าไปลงทุนก็เปรียบเสมือนกับการเล่นหวย

"ด้วยหลักการของบิทคอยน์ คือ การควบคุมปริมาณสินค้า หรือคอนโทรลซัพพลาย เสร็จแล้วก็บอกว่าของฉันมีค่า ใครอยากจะมีบิทคอยน์มากขึ้นก็ต้องไปขุด และต้องไปตอบแทนกับคนที่มีอยู่เดิม ดังนั้น ถ้ามีคนอยากได้มาก ราคามันก็ขึ้น และความที่มันอยู่ในบล็อกเชน ซึ่งไม่ระบุว่าคนที่อยู่ในแต่ละโหมดของบล็อกเชนคือใคร ก็เป็นช่องโหว่ทำให้เกิดการฟอกเงินได้" นายอภิศักดิ์กล่าว

เขากล่าวว่า การเทรดบิทคอยน์ในไทยได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ คนที่ต้องตอบคือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถ้าได้ประโยชน์ก็ทำไป แต่ถ้าคล้ายกับการพนัน จะมีไปทำไม ขณะที่หลายประเทศก็ชี้ว่านี่คือช่องทางการฟอกเงิน แล้วพยายามปิด เพราะความที่มันไม่ระบุตัวตนของคนซื้อคนขาย อย่างประเทศที่ได้ประโยชน์จากบิทคอยน์ ก็เป็นประเทศที่ไม่มีคนเชื่อถือในค่าเงินของประเทศนั้น






Innovation

“Ride Sharing” จุดเปลี่ยนอนาคตยานยนต์โลก



งาน “ดีทรอยต์ มอเตอร์ โชว์” ปีนี้ที่สหรัฐอเมริกา ผู้บริหารหลายค่ายแสดงวิสัยทัศน์อย่างน่าสนใจต่อประเด็น “รถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต” ว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

อย่างไรก็ตามอีกประเด็นที่ที่นักวิเคราะห์พูดกันมากคือ อนาคตผู้ใช้งานรถยนต์ส่วนตัวจะน้อยลง แต่จะหันมาใช้บริการ ride-sharing มากขึ้น ทั้ง Uber, Lyft, Grab และ Didi Chuxhing เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าและตอบรับไลฟ์สไตล์มากกว่า ขณะที่รถยนต์ที่จะให้บริการรับ-ส่งก็จะเป็นรถยนต์ประเภทไร้คนขับด้วย

“Johann Jungwirth” หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลจากโฟล์คสวาเกน แสดงความคิดเห็นกับ “ไฟแนนเชียล ไทมส์” ว่า อนาคตรถยนต์จะต้องสามารถใช้งานได้ยาวนานมากถึง 1 ล้านไมล์ แทนที่จะมีอายุขัยเฉลี่ย 10 ปีหรือใช้ได้ 100,000 ไมล์ เพราะพฤติกรรม “Ride Sharing” และส่งผลให้อุตสากรรมการผลิตรถยนต์ต้องหันมาหาวิธีการสร้างรายได้ใหม่ๆ เช่น การหันมาเข้าแพลตฟอร์มบริการรถรับส่งออนไลน์

สอดคล้องกับ “จีเอ็ม” ประกาศว่า บริษัทอาจไม่ได้เป็นเจ้าของบริการ ride-sharing ด้วยตัวเอง แต่อาจจะร่วมมือกับเจ้าของแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว ขณะที่ “โฟล์คสวาเกน” ประกาศว่า จะริเริ่มบริการรถยนต์ ride-sharing ในบางเมือง

“เดมเลอร์” ก็จับมือกับอูเบอร์ผู้ให้บริการ ride-sharing รายใหญ่ของโลก นำรถยนต์ไร้คนขับเข้าสู่แพลตฟอร์มของอูเบอร์ โดยสิทธิในการเป็นเจ้าของรถและการให้บริการเป็นของเดมเลอร์ ถือเป็นอีกโมเดลในการเข้าสู่ธุรกิจ ride-sharing ของผู้ผลิตรถยนต์

ส่วน “ออดี้” ก็เปิดตัว “Audi on Demand” เพื่อบริการเช่ารถยนต์ทั้งแบบระยะสั้น 4 ชั่วโมง จนถึงระยะยาว 28 วัน โดยล่าสุดให้บริการในสิงคโปร์ หลังจากที่ได้เปิดให้บริการที่กรุงปักกิ่ง, เกาะฮ่องกง, ซานฟรานซิสโก, แมนเชสเตอร์ และสนามบินเมืองมิวนิก เยอรมนี